เลือก Keyword ในการทำ Google AdsWord อย่างไรเรามีคำตอบ

เลือก Keyword ในการทำ Google AdsWord อย่างไร เรามีคำตอบ! 

 SEM Keyword

โฆษณาออนไลน์ผ่าน Google AdsWord เป็นที่นิยมอย่างมากในวงการนักโฆษณา ซึ่งมีวิธีการสร้างโฆษณาจากการค้นหาบน Google โดยการเลือกคำ หรือประโยคเป็น Keyword เพื่อค้นหาข้อมูล ซึ่งในส่วนตรงนี้ Google คิดค่าใช้จ่ายโฆษณาจากจำนวนการคลิ๊กเข้าชมต่อครั้ง (Pay Per Click) ดังนั้นค่าโฆษณา Google AdsWordที่เราจะต้องจ่ายจะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่ความนิยมของ Keywords ที่เราเลือกใช้นั่นเอง

 

และเพื่อการยิง Ads ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้เราจะมาดูวิธีการเลือก Keyword ที่เป็นปัจจัยสำคัญของการทำโฆษณาออนไลน์ผ่าน Google AdsWord กัน จะมีวิธีหยิบ Keyword มาใช้อย่างไรบ้างไปดูกันเลย

 

เลือก keyword ที่คาดว่าจะได้ CTR 

การทำโฆษณา Google AdsWord จะช่วยส่งเว็บไซต์ของเราให้อยู่อันดับต้นๆของการค้นหา แต่บางครั้ง CTR ของเราไม่ได้สูงมากนัก เพราะว่าผู้ค้นหาไม่ได้มองเนื้อหาของโฆษณาจะมีความพิเศษอะไรไปกว่าเนื้อหาที่สามารถค้นหาได้ตามปกติ จึงเกิดการมองข้าม เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นบทความธรรมดาหรือโฆษณา ต้องเลือก keyword ที่คาดว่ามี CTR สูงๆ เพื่อให้เว็บไซต์ของเราสามารถที่จะค้นหาเจอในอันดับต้นๆ

**CTR คือ (จำนวนคลิ๊กของผู้ชมที่โฆษณาได้รับ หารด้วยจำนวนครั้งที่โฆษณาปรากฎ)**

 

เลือก Keyword ที่ไม่เกิดการแข่งขันใน Account

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการเลือกใช้ Keyword บนโฆษณา Google AdsWord เป็นสิ่งสำคัญมาก เราไม่ควรเลือก Keyword ที่ซ้ำกันในหนึ่ง Account เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันกันเอง ซึ่งเป็นผลเสียต่อการค้นหาข้อมูล เนื่องจากวิธีการทำงานของ Google AdsWord จะทำการเลือก Keyword ที่ดีที่สุด  ใน Ad Rank มาแสดงเป็นโฆษณาเพียงอันเดียวต่อหนึ่งเว็บไซต์เท่านั้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้ ค่าโฆษณาสูงมากขึ้นด้วย ดังนั้นเราควรที่จะระมัดระวังการใช้ Keyword เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง

 

เลือก keyword ที่ทำให้เกิด conversation

ก่อนจะเลือก Keyword มาใช้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องทำการค้นหา Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ หรือคอนเทนต์ของเราก่อน ซึ่งวิธีการเลือก Keyword เราต้องใช้เครื่องมือช่วยอย่าง Google Keyword Planner หรือโปรแกรมอื่นๆที่มีความถนัดก็ได้ และพอได้ Keyword ที่ค้นหามาเรียบร้อยแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องคัดเลือก Keyword ที่มีโอกาสจะทำให้เกิด Traffic มากที่สุดมาใช้เพื่อตัวเลขที่ดีในการเข้าชมและการใช้งานเว็บไซต์ของเรา

 

เลือก Keyword ที่สอดคล้องกับหน้า Landing Page

เราต้องเลือก Keyword ให้มีความสอดคล้องกับหน้า Landing page ที่ผู้เข้าชมจะเห็นในหน้าแรก ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานในการทำโฆษณา Google AdsWordอยู่แล้ว ยิ่งเราสามารถจัด Keyword ให้ตรงกับเนื้อหาโฆษณาหน้า Landing Page ได้มากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพในการโฆษณาก็จะมากยิ่งขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการคลิ๊กโฆษณาก็ถูกลงอีกด้วย

 

ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กับการลงโฆษณา Google AdsWord ของตัวเอง เพื่อให้คนสามารถหาโฆษณาของเราเจอจากการค้นหา Keyword ได้ง่ายๆ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีในการทำโฆษณามากยิ่งขึ้น แถมประหยัดงบค่าโฆษณาไปในตัวอีกด้วย

ทำโฆษณา Google อย่างไร ไม่ให้โดนแบน

ทำไมขึ้นโฆษณาไม่ได้ หลายคนที่เคยทำโฆษณาเองก็คงสงสัย และหาคำตอบกันอยู่ พร้อมแล้วไปไขข้อสงสัยกับปัญหา Google ไม่ให้ขึ้นโฆษณา กับหัวข้อ ทำโฆษณา Google อย่างไร ไม่ให้โดนแบน พร้อมเรียนรู้เคล็ดลัพธ์การแก้ปัญหาควรรู้เกี่ยวกับข้อห้ามในการขึ้นโฆษณา Google

1. ห้ามยืนยัน ถึงผลลัพธ์ที่จะสำเร็จภายในระยะเวลาเท่าไร เช่น ลดน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัมภายใน 10 วัน
ถ้าอยากจะทำจริงๆ ต้องแก้ไขข้อความ แล้วใส่หมายเหตุลงไปด้วย
2. อยากใส่รีวิว ทำยังไง ถ้าอยากจะใส่จริงๆ รีวิวจากลูกค้าสามารถใส่ได้ แต่ต้องใส่หมายเหตุด้วย
3. ห้ามเอ่ยถึงสัญญาถึงผลลัพธ์อย่างถาวร ตัวอย่างเช่น ใช้ครีมนี้แล้ว จะไม่ดำอีก ทานยานี้แล้วจะไม่กลับมาอ้วนอีก
4. ห้ามโฆษณาถึงโรคที่ไม่สามารถรักษาได้จริง เช่น โรคไต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ
5. การรับประกันสินค้า คืนเงิน ต้องแจ้งนโยบายหรือเงื่อนไขชัดเจน
6. ห้ามโฆษณาสินค้าที่โดนร้องเรียน หรือโดนแบน
7. ห้ามลงสินค้าลอกเลียนแบบ ก็อปปี้ ต้องเป็นสินค้าของแท้
8. ห้ามขึ้นโฆษณาสินค้าอันตราย
9. ห้ามผลิตภัณฑ์ที่เอื้อให้เกิดพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ เช่น หนังสือแฮกเกอร์
10.ไซต์ที่ไม่ก่อให้เกิดความไม่พอใจ การเมือง ความขัดแย้ง

ทราบความรู้เบื้องต้นในการทำโฆษณา Google อย่างไร ไม่ให้โดนแบนกันไปแล้ว หากสนใจความรู้เพิ่มเติมแบบจัดหนักจัดเต็มมากกว่านี้ ติดต่อเราได้ที่ Nipa Technology

Google Adwords ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเลือกลงโฆษณาได้

เมื่อสังเกตหน้าเว็บไซต์ของ Google โดยปกติจะพบว่ามีข้อมูลที่ได้จากการค้นหา แบ่งออกเป็นสองส่วน คือด้านซ้าย (ซึ่งจะมีข้อมูลอยู่ประมาณ 10 เนื้อหา) โดยส่วนนี้จะเป็นบริการจากทาง Google ที่ให้บริการฟรี แต่การติด 1 ใน 10 อันดับหน้าแรกนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะการแข่งขันค่อนข้างสูง ทั้งในเรื่องของเนื้อหาและความดึงดูดใจ

ดังนั้นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ต้องการแข่งขันในพื้นที่ส่วนดังกล่าว ก็สามารถใช้บริการจาก Google Adwords ซึ่งจะอยู่ในส่วนที่สองหรือทางด้านขวาของเว็บไซต์ โดยข้อดีที่นอกจากจะไม่ต้องปั่นเว็บไซต์เพื่อแข่งขันแล้ว ยังสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำพร้อมทั้งกำหนดทำเลของผู้บริโภคได้ เช่น ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ หากจะกระจายข้อมูลไปยังคนที่อยู่ไกลออกไป คงมีโอกาสเป็นไปได้น้อยที่คนเหล่านั้นจะนั่งรถมาเรียน

เช่นนี้แล้วผู้ประกอบธุรกิจสามารถเลือกลงโฆษณาให้คนที่อยู่เฉพาะโซนกรุงเทพหรือปริมณฑลเห็นเท่านั้น ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ โฆษณาจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดประกอบกับเสียเงินค่าคลิกให้เฉพาะคนที่มีโอกาสมาเป็นลูกค้าเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยประหยัดงบลงทุนได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีการเก็บสถิติเพื่อให้ทราบว่าการโฆษณาเหล่านั้นสามารถทำเงินกลับมาได้มากน้อยแค่ไหนอีกด้วย

แต่แล้ว Google Adwords ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างเล็กน้อย ในส่วนของการวางแผนโฆษณา เพราะขั้นตอนยังค่อนข้างยุ่งยากอยู่มาก โดยเฉพาะการคิดคำคีย์เวิร์ดสำหรับให้ลูกค้าค้นหา ซึ่งในส่วนนี้ผู้ประกอบธุรกิจอาจจำต้องใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ เพื่อมาดูแลให้อีกทอดหนึ่ง

ซึ่งจากที่ได้กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเป็นการบ่งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างและความเหมาะสมของสื่อทั้งสองประเภท แต่ก็เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เพราะนอกจากสื่อออนไลน์ทั้งสองเจ้าแล้ว ยังได้มีการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มตัวอื่นๆ อาทิ OLX , บัมคิว (BumQ) หรือแม้กระทั่งเว็บลงประกาศฟรี อย่างพันทิปมาร์เก็ต เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ของผู้ประกอบธุรกิจว่าจะเลือกสื่อได้ตรงตามจุดประสงค์ที่คาดหวังไว้หรือไม่ ถึงอย่างไรก็ดี ควรคำนึงไว้อย่างหนึ่งว่า การหว่านโฆษณาให้ทั่วทุกสื่ออาจนับเป็นความได้เปรียบในแง่การสร้างความรับรู้ไปยังผู้บริโภค แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรเน้นไปตามสื่อหลักที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ เพราะจะได้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาโฆษณามากเกินไป จนสร้างความรำคาญให้แก่ผู้บริโภค