4 วิธีสร้าง Email Marketing เปลี่ยนลูกค้าใหม่ให้เป็นลูกค้าประจำ

4 วิธีสร้าง Email Marketing เปลี่ยนลูกค้าใหม่ให้เป็นลูกค้าประจำ

EmailMK
มีหลายธุรกิจลงทุนใช้งบการตลาดเป็นจำนวนมาก เพื่อหาลูกค้ารายใหม่มากกว่าการรักษาลูกค้ารายเก่าเอาไว้ จริงที่ว่าการหาลูกค้าใหม่เป็นส่วนสำคัญในการขยายธุรกิจ แต่ถ้าหากเราสามารถรักษาลูกค้าเก่าจะยิ่งทำให้ธุรกิจของเราเติบโตได้อย่างมั่นคง นี่จึงเป็นเหตุผลที่การทำธุรกิจควรมีกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาลูกค้าให้กลับมาใช้บริการและเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจในอนาคต

4 วิธีที่จะช่วยเปลี่ยนลูกค้าใหม่ให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำที่วนกลับมาซื้อสินค้า และบริการของคุณอีกครั้ง!

1.ส่ง Email เพื่อขอบคุณลูกค้า

เมื่อลูกค้าซื้อของเสร็จมักจะได้รับอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อ ซึ่งอีเมลเหล่านี้มักเป็น Email Automation ที่ทำงานซ้ำ ๆ  เราควรที่จะปรับเปลี่ยนอีเมลยืนยันตอบกลับที่ซ้ำจำเจ เป็นอีเมลแสดงถึงคำ “ขอบคุณ” คำ “ตอบแทน” เพื่อสร้างความประทับใจและดึงดูดให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น

การใช้คำทักทายหรือคำลงท้ายขอบคุณลูกค้า ควรใส่ชื่อลูกค้าของคุณลงไปด้วย แสดงถึงความใส่ใจที่เราตั้งใจอยากจะส่งอีเมลไปถึงลูกค้าคนนั้นโดยตรง ซึ่งเราสามารถใส่ชื่อได้แบบอัตโนมัติด้วยเครื่องมือการตลาดผ่านอีเมล

มอบเครดิต หรือสิทธิพิเศษให้ลูกค้า อย่างเช่น คูปองส่วนลด บัตรกำนัลต่างๆ โดยกำหนดระยะเวลาหมดเขต เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ และดึงดูดให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อสินค้าและบริการของคุณ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้

2.เสนอสินค้า-บริการที่เกี่ยวข้องความต้องการของลูกค้า

เราควรที่จะอัปเดตข้อมูลดูว่าสินค้าหรือบริการไหนที่ลูกค้าพึ่งซื้อไป แล้ววิเคราะห์จากฐานข้อมูลเหล่านั้น เพื่อมอบส่วนลดของแถม หรือ สินค้าเสนอขายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจ

3.ส่ง Email บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์ของคุณ

บอกเล่าถึงบริษัทของคุณชื่ออะไร มีสินค้าและบริการอะไรบ้าง รากฐานความเป็นมาของแบรนด์ และคุณมีจุดประสงค์อะไรที่มากกว่ากำไรของธุรกิจ แต่การส่งอีเมลเล่าเรื่องราวที่ว่านั้นต้องบอกให้เห็นถึงจุดเด่นของสินค้าและบริการว่าคุณ มีดีแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร และทำไมลูกค้าต้องเลือกที่จะซื้อสินค้า-บริการจากคุณ  เช่น สมมติว่าธุรกิจของคุณคือ ร้านอาหาร Organic อาจบอกว่าร้านของคุณให้บริการเฉพาะอาหาร Organic ที่มาจากฟาร์มปลอดสารเคมี และมีจุดเด่นที่ต่อต้านการทารุณสัตว์ และไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายผู้บริโภค เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ และรู้สึกดีที่เลือกซื้อสินค้า-บริการจากคุณ

4.ส่ง Email ที่มีประโยชน์มากกว่าการนำเสนอสินค้าเพียงอย่างเดียว

คุณมีรายชื่ออีเมลลูกค้าอยู่ในมือ คุณสามารถส่งอีเมลการตลาดได้ทุกโอกาสที่ต้องการ แต่วิธีการสร้างอีเมลที่จะช่วยสร้าง Customer Royalty ได้ในระยะยาว ต้องหมั่นส่งเนื้อหาที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า อย่างเนื้อหาที่เป็นความรู้ ซึ่งอาจไม่ได้ช่วยเพิ่มยอดขาย หรือกระตุ้นการสั่งซื้อได้ในทันทีก็ตาม  แต่เนื้อหาที่มีประโยชน์จะทำให้ลูกค้าเปิดอ่านทันทีอย่างไม่ลังเล ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจให้กับแบรนด์ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลับมาขอคำแนะนำ หรือซื้อสินค้าของคุณในอนาคตต่อไป

 

การเปลี่ยนลูกค้าใหม่ให้กลายเป็นลูกค้าประจำอาจต้องใช้เวลา และต้องมีความสม่ำเสมอ ถึงจะสามารถพิชิตใจลูกค้าให้กลับมาซื้อสินค้าและบริการของเราซ้ำ ลองนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับเปลี่ยนใช้กับกลยุทธ์ Email Marketing ของแบรนด์คุณ เพื่อประสิทธิภาพในการบริการลูกค้า และสร้างฐานลูกค้าให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคง

SPF, DKIM และ DMARC คือเครื่องมืออะไรและมีประโยชน์อะไรบ้าง?

SPF, DKIM และ DMARC คือเครื่องมืออะไรและมีประโยชน์อะไรบ้าง?

SPF, DKIM, DMARC

ภายในไม่กี่วินาทีมีอีเมลเป็นจำนวนมากกว่า 3,500 ฉบับที่ถูกจัดเป็นสแปม หนึ่งในวิธีการการโจรกรรมทางอีเมล ที่เรียกว่าการฟิชชิง ซึ่งเป็นการพยายามหลอกเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลภายในอีเมล โดยการปลอมแปลงเป็นบุคคลอื่น

ในช่วงต้นปี 2561 ซอฟต์แวร์ต่อต้านการได้ ป้องกันความพยายามของผู้ที่ต้องการเข้าชมโซเชียลมีเดียเว็บไซต์ปลอมกว่า 3.7 ล้านครั้ง (กว่า 60% เป็นเว็บไซต์ Facebook ปลอม)  โดยจากข้อมูลชี้ว่าการฟิชชิ่งทางการเงินคิดเป็น 43.9% ของการโจมตีประเภทนี้

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ผู้ให้บริการส่งอีเมลจำนวนมากอย่าง Gmail ใช้เครื่องมือเพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้อีเมลจากการโดนโจมตีดังกล่าว โดยเครื่องมือเหล่านี้มีกระบวนการป้องกันและยืนยันตัวตนก่อนการส่งอีเมล ซึ่งช่วยให้อีเมลได้รับการป้องกันข้อมูลที่ดีกว่าเดิมและมีโอกาสมากขึ้นที่จะไปถึงปลายทางที่เป็นผู้รับจริงๆ

เครื่องมือ SPF, DKIM และ DMARC คืออะไรและทำงานอย่างไร

SPF record 

The Sender Policy Framework (SPF) เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นมาก ช่วยปกป้องข้อมูลเพื่อส่งอีเมลอย่างปลอดภัย เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในการทำ Email Marketing มากเลยทีเดียว เซิร์ฟเวอร์อีเมลของผู้รับจะตรวจสอบว่าที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์อีเมลของผู้ส่งได้รับอนุญาตให้ส่งข้อความโดยใช้โดเมนที่ผู้ส่งใช้หรือไม่ โดยข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์อีเมลที่ส่งข้อความจากโดเมนเฉพาะสามารถพบได้ในระเบียน DNS ของโดเมนนั้น

DKIM

Domain Keys Identified Mail (DKIM) เป็นตัวที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโดเมนของผู้ส่ง เป็นลายเซ็นดิจิทัลที่เอาไว้ใส่ไว้ที่ Header ซึ่งจะมีการติดกุญแจที่สามารถเปิดได้ด้วยกุญแจที่มีอยู่ในโดเมนเท่านั้น 

 DKIM มีประสิทธิภาพมากในการป้องกันการฟิชชิ่งอีเมล โดยกระบวนการทำงานเมื่อมีการส่งอีเมลจะมีการเข้ารหัสกุญแจที่เป็น private key ไว้ใน Header เมื่อเซิร์ฟเวอร์ของผู้รับได้รับข้อความดังกล่าวระบบจะถาม DNS สำหรับ public key หาก public key ตรงกับ private key ข้อความจะได้รับการยอมรับ

DMARC

The Domain-based Message Authentication, Reporting and Conformance (DMARC) มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันโดเมนของผู้ส่ง โดยใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ (เช่น SPF หรือ DKIM) และอย่างน้อยหนึ่งในกลไกเหล่านี้จะต้องยืนยันโดเมนใน Header ของผู้ส่งเพื่อให้ DMARC อนุญาตให้อีเมลส่งไปถึงกล่องจดหมายของผู้รับ

ทำไม DMARC ถึงสำคัญ

เครื่องมือ SPF หรือ DKIM ที่ทำหน้าที่แยกออกจากกัน ไม่ได้ให้การป้องกันที่ดีพอต่อสแปม แม้ว่าระบบจะอนุญาตให้ผู้ส่งตรวจสอบความถูกต้องของโดเมน แต่ระบบไม่ได้ระบุสิ่งที่เซิร์ฟเวอร์ของผู้รับควรทำเมื่อมาตรการรักษาความปลอดภัยนี้ไม่เพียงพอ

การตั้งค่าเพิ่ม DMARC จึงเป็นเรื่องดีที่ช่วยให้คุณสามารถที่จะสั่งให้เซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับอีเมลจากคุณ ใช้นโยบายที่เหมาะสมกับอีเมลที่ไม่ได้รับอนุญาต

การใช้ DMARC คุณจะลดความเสี่ยงที่บุคคลอื่นจะแอบอ้างเป็น บริษัท ของคุณและป้องกันการขโมยข้อมูลที่สำคัญ เช่น รายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการเข้าสู่บัญชีธนาคาร

ในฐานะผู้ส่ง DMARC เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งอีเมลของคุณ แต่จริงแล้วระบบการส่งก็มีความซับซ้อนอยู่เช่นกัน!

จากการวิจัยที่ดำเนินการโดย Return Path มีเพียง 83% ของอีเมลที่ถูกต้อง (ไม่ใช่จดหมายขยะ)สามารถส่งถึงผู้รับในยุโรป ซึ่งหมายความว่า 1 ใน 6 ข้อความถูกบล็อค เพราะฉะนั้นการตั้งค่า DMARC จะช่วยให้เซิร์ฟเวอร์อีเมลดูแลความปลอดภัยให้อีเมลของคุณมากขึ้น เนื่องจากระบบจะสามารถระบุและยืนยันความน่าเชื่อถือของผู้ส่งอีเมลมาหาเราได้

ทำให้หากมีข้อสงสัยใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานโดเมนปลอม DMARC จะแจ้งเจ้าของเว็บไซต์ได้ ซึ่งหมายความว่าหากมีคนพยายามเลียนแบบคุณ คุณจะมีโอกาสโต้ตอบ เช่น ใช้วิธีการทางกฎหมาย 

DMARC นั้นถูกใช้งานโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google, AOL, Microsoft และ Yahoo รวมถึงผู้ให้บริการอีเมลรายอื่น และกำลังกลายเป็นระบบที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และจะเป็นมาตรฐานการตลาดต่อไปในอนาคต

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 

LINE : @NIPAads 

Inbox m.me/nipa.emailmarketing

Email contact@nipa.co.th 

Call 02-639-7878 ต่อ 301 

6 ทริคการจัดการ Mail marketing อย่างมืออาชีพ

6 ทริคการจัดการ Mail marketing อย่างมืออาชีพ

6 Tips for Email Marketing Management
การส่งอีเมล Marketing จะไม่มีความหมายหากจัดการไม่ถูกต้อง หลายองค์กรพบกับปัญหาการส่งอีเมล Marketing แต่ลูกค้าไม่สนใจ ไม่เปิดอ่าน ซึ่งปัญหาที่เกิดนี้นักการตลาดส่วนใหญ่มักมุ่งเป้าไปที่เนื้อหาของคอนเทนต์ภายใน อีเมลแต่เพียงอย่างเดียว จริงอยู่ที่เนื้อหาเป็นส่วนสำคัญ แต่นอกเหนือจากเนื้อหาแล้ว การจัดการก่อนส่งอีเมล ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หากเราจัดการสร้าง อีเมล  ได้อย่างถูกต้องจะทำให้ประสิทธิภาพของการทำ Mail marketing เป็นไปอย่างแม่นยำและประสบผลสำเร็จ

1.จัดกลุ่มรายชื่อ อีเมล ของลูกค้า

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และง่ายต่อการส่งอีเมล เราควรจัดแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็นสัดส่วน ดูข้อมูลของลูกค้าว่าเป็นลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเก่า ใช้บริการอะไร หรือกำลังสนใจสินค้าประเภทไหน เพื่อให้เป้าหมายในการจัดส่งมีความชัดเจนและมีเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับความสนใจของลูกค้า

2.ใส่ชื่อของลูกค้าผู้รับอีเมลด้วย

การใส่ชื่อลูกค้าจะทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อย ๆ ของผู้ส่งอีเมล ว่าเนื้อหาเหล่านั้นถูกส่งมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

3.ภาพประกอบ

ภาพภายใน Mail marketing ที่เราส่งไปยังลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียว เพราะผลสำรวจกว่า 94% Mail marketing ที่ใส่รูปภาพ จะได้รับความสนใจจากลูกค้ามากกว่า อีเมล ที่มีเพียงแค่เนื้อหาอย่างเดียว แต่รูปภาพที่ใส่ลงไปก็ควรที่จะตอบโจทย์ผู้รับ และไม่มีข้อความบนภาพเยอะเกินไปแต่สามารถสื่อสารได้ชัดเจน

4.สร้าง Call to Action

เพื่อให้ลูกค้ามีรีแอคชั่นตอบกลับ Mail marketing ที่ส่ง เราควรใส่ลิงค์ที่เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของเรา ให้ลูกค้าสามารถรับชมสินค้าและบริการ อ่านข้อมูลของแบรนด์หรือ จะแนบเป็นลิงค์แบบสอบถามต่างๆ ก็ทำได้เช่นกัน เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นต่อแบรนด์ และนำมาปรับใช้ต่อไปในอนาคต

5.รองรับกับแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน

เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคน ต้องทำให้ผู้รับสามารถเปิดอ่าน อีเมล บนมือถือได้ตลอด เพราะฉะนั้นเราควรที่จะออกแบบการส่งอีเมล Marketing ให้รองรับกับแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟนเพื่อการเปิดใช้งานได้ตลอดเวลาโดยไม่มีข้อจำกัด

6.ทดสอบการส่งอีเมล Marketing

เราควรที่จะทดสอบ Mail marketing ด้วยการทดลองส่งอีเมล ไปยังลูกค้า 2 กลุ่มด้วยกัน (A/B Testing) โดยเปลี่ยนเนื้อหาส่วนต่าง ๆ ภายใน อีเมล ให้มีความแตกต่างกัน เพื่อเป็นแนวทางวิเคราะห์การส่งอีเมล ให้มีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต ว่าควรจะสร้างในรูปแบบไหน และลูกค้าสนใจเนื้อหาอะไร

ลองนำ 6 ทริคนี้ไปประกอบการเขียน Mail marketing เพื่อให้อีเมลมีองค์ประกอบที่ชัดเจน ง่ายต่อการทำความเข้าใจเนื้อหาและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าอย่างมั่นคงรวมไปถึงเกิดการซื้อขายสร้างรายได้ให้แก่องค์กร

เคล็ดลับสร้าง Email Marketing ให้น่าสนใจไม่เกิดการมองข้าม!

เคล็ดลับสร้าง อีเมล มาร์เกตติ้ง ให้น่าสนใจ ไม่เกิดการมองข้าม!

Email Marketing

การทำMarketingผ่านอีเมล เป็นช่องทางที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนาของTechnologyทำให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการส่งข่าวสารเกิดขึ้นมากมาย และรวดเร็วกว่าEmail แต่ถึงอย่างไรการทำMarketingที่ดีไม่ได้ชี้วัดกันที่ความสะดวกรวดเร็วเท่านั้นแต่ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริโภคและธุรกิจด้วย ซึ่งจุดนี้ อีเมล มาร์เกตติ้ง เป็นเครื่องที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

 

อีเมล มาร์เกตติ้ง คือ รูปแบบ Online Marketing ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยอีเมล โดยเนื้อหาของอีเมล จะมาในรูปแบบของข่าวสาร ข้อมูล การนำเสนอสินค้าและบริการ Promotionต่างๆ เป็นต้น แต่การจะทำ อีเมล มาร์เกตติ้ง ขึ้นมาสักอัน สิ่งสำคัญเลยคือ เราต้องให้ความสำคัญต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ต้องเข้าใจถึงข้อมูลข่าวสารแบบไหน มาในรูปแบบอย่างไรถึงจะเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค พอเมื่อเปิดอ่านแล้วอีเมลของคุณจะไม่ถูกมองข้าม กดแสปม หรือโดนย้ายเข้าไปอยู่ในถังขยะ วันนี้เราจะมาดูกันว่ามีวิธีการอะไรบ้าง ที่จะช่วยสร้าง Email Marketing  ให้น่าสนใจและไม่ถูกมองข้าม

 

เขียนชื่อหัวข้อ Email ให้มีความดึงดูดน่าสนใจ แต่สร้างสรรค์

หัวข้อ Email จะเป็นสิ่งแรกที่ผู้ใช้งานจะเห็นเมื่อเปิดเข้ามาเช็ค Email ซึ่งถ้าชื่อหัวข้ออีเมล ไม่ได้มีความน่าสนใจหรือไม่ได้มีสิ่งเกี่ยวข้องใดๆกับผู้รับโดยตรง Email ของคุณก็อาจถูกมองข้ามได้

 

ใส่ Logo ไว้ที่หัว Email ด้วย!

Logo เป็นหน้าตาของ Brand ที่สร้างความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นให้กับ Email Marketing ของคุณ เพราะผู้บริโภคส่วนมากสามารถจดจำจากการมองเห็น Logo ได้ดีกว่าการสะกดชื่อ Brand เพราะฉะนั้นเพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นคุณได้ชัดเจนควรใส่โลโก้ไว้ที่หัว Email ด้วย

 

ชื่อผู้ส่งอีเมลเป็นทางการดูมีความน่าเชื่อถือ

ด้วยปัจจุบัน Technology ถูกใช้ไปในด้านลบ ส่งผลให้ผู้ใช้งาน Email สมัยนี้ กลัวการถูกล้วงข้อมูล ปล่อยไวรัสต่างๆ เพราะฉะนั้นการตั้งชื่อ อีเมล มาร์เกตติ้ง จะต้องดูเป็นทางการและมีความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับ Email ว่าผู้ส่งนั้นมีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่ Robot ก็จะทำให้กล้าเปิดเข้ามาอ่าน

 

Content Email สั้นกระชับอ่านง่าย ได้ใจความ

ควรที่จะสร้างเนื้อหา Email Marketing ให้อ่านง่าย ไม่ยุ่งยาก จัดวางข้อมูลข่าวสาร Promotion ต่างๆ ให้สั้น กระชับ ได้ใจความ บอกให้ผู้รับเห็นถึงเหตุผลชัดเจนว่าทำไมจะต้องใช้สินค้าบริการของคุณ

 

สร้าง Call to action ภายในคอนเทนต์อีเมล

เราไม่ได้เพียงต้องการแค่ให้ผู้รับเปิดอ่านเพียงเท่านั้นแต่เราต้องการเปลี่ยนผู้รับให้มาเป็นลูกค้าของเราเพราะฉะนั้น เราจำเป็นที่จะต้องสร้าง Call to action ให้อยู่ในส่วนหนึ่งของ Email เช่น ลงทะเบียนฟรีรับปากกา 4 ด้าม เป็นต้น เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ให้ผู้รับกลายมาเป็นลูกค้าของเราในอนาคต

 

ใส่ช่องทางการติดต่อกลับ

เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ห้ามลืมโดยเด็ดขาดเพราะถ้าลูกค้าสนใจในสินค้าและบริการของเรา ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม จะได้สามารถติดต่อกลับมายังเราได้ ดังนั้นเราควรที่จะใส่ช่องทางการติดต่อให้ครบถ้วน รวมไปถึงช่อง Social Media ต่างๆด้วย

 

ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้มาปรับแก้ใช้กันดูกับ Email Marketing ของคุณที่บางทีอาจมองข้ามบางจุดไป เพื่อ อีเมล มาร์เกตติ้ง ที่มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเมื่อผู้รับเห็นก็จะไม่เกิดการมองข้ามอีกต่อไป

รู้จักประเภท อีเมลมาร์เก็ตติ้ง เครื่องมือเด็ดสำหรับการตลาดออนไลน์

รู้จักประเภท อีเมลมาร์เก็ตติ้ง เครื่องมือเด็ดสำหรับการตลาดออนไลน์

ประเภทของ Email marketing ตัวช่วยทางธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

การประกอบกิจการในปัจจุบัน นอกจากการมีหน้าร้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่จำเป็นก็คือการทำ Online Marketing เนื่องจากในยุคนี้ถือเป็นยุคที่ผู้คนมักค้นหาหรือเลือกซื้อสิ่งที่ต้องการผ่านทาง Social Media หลากหลายช่องทาง โดยวันนีัเราจะมาพูดถึงช่องทางการทำ Marketing ช่องทางหนึ่ง นั่นก็คือ อีเมลมาร์เก็ตติ้ง

ซึ่งหากพูดถึงการทำ Email marketing นั้น ผู้ประกอบการเองสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายว่าจะทำเพื่ออะไร โดย Email marketing เองก็มีหลายประเภท ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักแต่ละประเภทกัน

Inaugural Emails

อีเมลมาร์เก็ตติ้ง รูปแบบหนึ่งที่ส่งถึงผู้รับเพียงคนเดียว มีจุดมุ่งหมายเพื่อ แสดงความยินดีกับลูกค้าเมื่อลูกค้าได้สิ่งใหม่ๆ มา เช่น การปลดล็อก Rank ใหม่ แสดงความยินดีในการสมัครสมาชิกใหม่ สำหรับการออกแบบEmailในรูปแบบนี้ จะมี Call to actions หลากหลายรูปแบบให้ลูกค้าได้กด เพื่อกระตุ้นการตอบสนองในด้านต่างๆ

Behavioral Emails

เป็นการทำ Email marketing ที่ส่งให้ผู้รับเพียงคนเดียว โดยจุดมุ่งหมายของอีเมลรูปแบบนี้คือการเชิญชวน หรือตอบสนองต่อพฤติกรรมต่างๆ ของผู้บริโภค ซึ่งมีตั้งแต่ การตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ การยกเลิกสมาชิก ซึ่งสำหรับ อีเมลมาร์เก็ตติ้ง แบบนี้จำเป็นที่จะต้องออกแบบให้สั้น กระชับ และมีจุดมุ่งหมายที่อยากจะสื่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

Notification Emails

อีเมลอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้สำหรับส่งหาผู้รับแบบตัวต่อตัว โดยการทำ อีเมลมาร์เก็ตติ้ง รูปแบบนี้มีเป้าหมายเพื่อชี้แจงรายการที่ลูกค้าได้ทำไป อาทิ ยืนยันการซื้อของ รวมไปถึงแจ้งการรีเซตรหัสผ่าน เป็นต้น โดยการออกแบบจะต้องสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย รวมถึงต้องแสดงให้เห็นกิจกรรมหรือรายละเอียดของผู้ใช้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น

Promotional Emails

หากแค่ดูจากชื่อ หลายๆ คนก็น่าจะทราบแล้วว่าเป็น อีเมลมาร์เก็ตติ้ง แบบใด โดย Email marketing แบบนี้ใช้ส่งให้ผู้รับหลายๆ คน มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอ Promotion ขายของ หรือประกาศอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้กับผู้ที่ได้รับ Email ไม่ว่าจะเป็น การลดราคา แลกของสมนาคุณ เชิญเข้าร่วมกิจกรรม รวมไปถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยการทำ อีเมลมาร์เก็ตติ้ง ประเภทนี้ต้องออกแบบให้ดึงดูด และกระตุ้นความต้องการของผู้ที่ได้รับเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Punctual Emails

Email marketing ประเภทนี้สามารถส่งได้ทั้งแบบผู้รับคนเดียวและหลายคน ซึ่งอีเมลประเภทนี้มีเป้าหมายเฉพาะตัว มักใช้สำหรับชี้แจงเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น เช่น การประกาศแจ้งเหตุขัดข้อง ประกาศเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าหรือบริการ การเตือนความจำผู้ใช้งานในการใช้บริการ เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ามีความเข้าใจที่ตรงกัน ไม่คลาดเคลื่อน และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง ซึ่งรูปแบบของอีเมลนี้ จะเน้นเรื่องการทำความเข้าใจเป็นหลัก

การทำ Email marketing ถือเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ใน Objective ต่างๆ ซึ่งการจะเลือกใช้ อีเมลมาร์เก็ตติ้ง แต่ละประเภทขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปได้อย่างราบรื่น และบรรลุObjectiveให้ได้มากที่สุด

 

วัดความสำเร็จของ Email Marketing ด้วย KPI

หากคุณใช้การตลาดผ่านอีเมลเพื่อดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขาย คุณทราบได้อย่างไรว่าแคมเปญของคุณมีประสิทธิภาพ อีเมลช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายหรือไม่ คุณเข้าถึงผู้อ่านของคุณหรือไม่ อีเมลของคุณได้รับการเปิดหรือไม่? วิธีเดียวที่จะทราบได้อย่างแน่นอนคือการวัดตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI) ของคุณ

KPI คืออะไร?

อย่ากลัว! คุณเชี่ยวชาญ ABCs ของคุณ คุณคำนึงถึง Ps และ Qs ของคุณ และคุณกำลังจะเรียนรู้พื้นฐานของตัวชี้วัดการตลาดผ่านอีเมล: ตัวชี้วัดการตลาดเฉพาะที่คุณสามารถตรวจสอบเพื่อวัดความคืบหน้าสู่เป้าหมายการตลาดผ่านอีเมลของคุณ การค้นหาและทำตาม KPI ที่เหมาะสมสามารถแสดงให้คุณเห็นว่าแคมเปญการตลาดผ่านอีเมลของคุณเป็นอย่างไร ดังนั้นคุณสามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมและไปยังสิ่งที่คุณต้องการ

การวัดผลแบบใดที่มีความสำคัญต่อคุณ

แม้ว่าทุกเมตริกจะสามารถวัดได้ แต่ไม่ใช่ทุกเมตริกที่มีผลกับคุณ และนั่นเป็นข่าวดีเพราะมันใช้เวลานานมากในการติดตามการวัดหลายร้อยตัวในนั้น วิธีที่ดีกว่าคือการมุ่งเน้นที่การวัดที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายทางการตลาดอีเมลของคุณทันที เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่าคุณพยายามทำอะไรให้สำเร็จ คุณต้องการที่จะเติบโตรายชื่อสมาชิกของคุณหรือสร้างโอกาสในการขายมากขึ้น? ด้วยเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงอยู่ในใจมันง่ายกว่าที่จะเป็นศูนย์ในการรวมกันของ KPI ที่ถูกต้อง

ต่อไปนี้เป็นมาตรวัดสำคัญ 7 ประการที่ควรคำนึงถึง :

  1. อัตราการส่งอีเมล หมายถึง ตำแหน่งที่ข้อความของคุณสิ้นสุดลงเมื่อส่งแล้ว มันจบลงในโฟลเดอร์สแปมหรือเข้าถึงกล่องจดหมายของลูกค้าหรือไม่
  2. อัตราการเปิด (Open rate) คือ อัตราร้อยละของผู้ที่เปิดหรือดูอีเมลของคุณแม้ว่าจะเปิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งก็ตาม ตัวอย่างง่ายๆถ้าคุณส่งอีเมลไปยังผู้รับ 100 คนและ 25 คนเปิดอีเมลนั้นอัตราเปิดของคุณคือ 25 เปอร์เซ็นต์
  3. อัตราการคลิกผ่านแสดงจำนวนผู้ที่คลิกลิงก์อย่างน้อยหนึ่งลิงก์ในอีเมลของคุณ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการวัดความสนใจของสมาชิกเนื่องจากแสดงว่ามีกี่รายที่ใช้เวลาในการคลิกและขุดลึกลงไปอีกเล็กน้อย
  4. อัตราการแปลงเป็นขั้นตอนต่อไปโดยดูจากการกระทำที่ชัดเจนว่าคุณต้องการให้การคลิกเหล่านั้นส่งผลซึ่งวัดเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่คลิกลิงก์ภายในอีเมลของคุณและดำเนินการตามที่ต้องการเช่นกรอกแบบฟอร์มหรือ ทำการสั่งซื้อ
  5. อัตราตีกลับ คือ จำนวนอีเมลที่ไม่สามารถเข้าถึงกล่องจดหมายของลูกค้าได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม อัตราตีกลับมีสองประเภทที่คุณต้องติดตาม:
  • ซอฟต์ตีกลับคือเมื่อคุณส่งอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่ถูกต้อง แต่ข้อความไม่ถึงเนื่องจากกล่องจดหมายของลูกค้าเต็มหรือมีปัญหากับเซิร์ฟเวอร์
  • การตีกลับยากคือเมื่อคุณพยายามส่งอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่ไม่ถูกต้องและอีเมลของคุณจะตีกลับ
  1. อัตราการยกเลิก การเป็นเปอร์เซ็นต์ของคนที่ยกเลิกการเป็นสมาชิกจากรายการของคุณ หากอีเมลใดส่งผลให้มีอัตราการยกเลิกการสมัครรับข้อมูลสูงถึงเวลาที่ต้องคิดใหม่บางสิ่ง มีคนรู้สึกว่าถูกก่อกวนโดยอีเมลของคุณ? เนื้อหาที่คุณนำเสนอเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเหล่านั้นหรือไม่
  2. อัตราการเติบโตของรายการแสดงให้คุณเห็นว่ารายชื่ออีเมลของคุณเติบโตเร็วแค่ไหน โดยคำนึงถึงการยกเลิกการเป็นสมาชิกและการตีกลับและดูที่จำนวนผู้ติดต่อที่เพิ่มลงในรายการของคุณในช่วงเวลาหนึ่ง

 

ประสิทธิภาพ Email marketing ของคุณเป็นอย่างไร

แม้ว่าตัวเลขจะแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม การรู้เกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้ จะช่วยให้คุณประเมินว่าคุณอยู่ที่ไหนในตอนนี้

อัตราการส่งอีเมล:คุณต้องการให้อัตราการส่งมอบของคุณใกล้เคียงกับ 100 เปอร์เซ็นต์มากที่สุด

อัตราการเปิดเฉลี่ย: 20 เปอร์เซ็นต์

อัตราการคลิกผ่านเฉลี่ย: 3.0 เปอร์เซ็นต์

อัตราการแปลงโดยเฉลี่ย:เนื่องจากอัตราการแปลงของคุณสามารถปรับแต่งได้อัตราเป้าหมายของคุณควรเป็นไปตามเป้าหมายของคุณเอง ตัวอย่างเช่น หากเป้าหมายของแคมเปญอีเมลของคุณคือการสร้างยอดขายอัตราเป้าหมายของคุณอาจเป็นจำนวนการขายหรือธุรกรรมที่เฉพาะเจาะจง

อัตราตีกลับเฉลี่ย: 0.42 เปอร์เซ็นต์

อัตราการยกเลิกโดยเฉลี่ย:  ยิ่งต่ำยิ่งดี แต่คุณสามารถตั้งเป้าหมายให้ต่ำกว่า .05

อัตราการขยายรายการโดยเฉลี่ย:หากรายการของคุณเติบโตให้ทำสิ่งที่คุณทำอยู่เรื่อย ๆ หากรายการของคุณกำลังลดขนาดการตรวจสอบจะเป็นไปตามลำดับ

 

เคล็ดลับในการปรับปรุงตัวชี้วัดการตลาดอีเมลของคุณ

เมื่อคุณเข้าใจการวัดอีเมลที่สำคัญเหล่านี้แล้วนี่คือวิธีปรับปรุง

 

วิธีเพิ่มอัตราการส่งอีเมล:

  • อย่าซื้อรายชื่ออีเมลของคุณ
  • ลบที่อยู่อีเมลที่ไม่ถูกต้องจากรายการของคุณ
  • หลีกเลี่ยงทริกเกอร์สแปมเช่น“ คลิกที่นี่”

 

วิธีรับอัตราเปิดที่ดีกว่า:

  • เขียนหัวเรื่องที่ดึงดูดใจ  ลูกค้าไม่สามารถรอคลิกได้
  • เก็บประเด็นสำคัญไว้ในสามอันดับแรกของอีเมลของคุณ
  • ทำให้ชัดเจนว่าอีเมลนั้นมาจาก บริษัท ของคุณ

 

วิธีปรับปรุงอัตราการคลิกผ่าน:

  • ออกแบบอีเมลที่เหมาะกับอุปกรณ์พกพาที่ใช้งานง่าย
  • มีการเรียกร้องให้ดำเนินการต่อต้านไม่ได้
  • ลองวิดีโอ MarTech Advisor รายงานว่า  การเพิ่มวิดีโอสามารถเพิ่มอัตราการคลิกได้ 300 เปอร์เซ็นต์

 

วิธีเพิ่มการแปลง:

  • ทำให้กระบวนการเช็คเอาต์ของคุณราบรื่น
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหามีประโยชน์และมีจุดประสงค์
  • ปรับแต่งอีเมลด้วยข้อมูลที่คุณเรียนรู้เกี่ยวกับลูกค้าของคุณ

วิธีลดอัตราตีกลับ:

  • ลบที่อยู่ที่ซ้ำกันหรือไม่ถูกต้องออกจากรายการของคุณ
  • อย่าซื้อรายการที่อยู่อีเมล ส่งให้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนรายการของคุณเท่านั้น
  • ส่งอีเมลยืนยันการสมัครสมาชิกใหม่

 

หากต้องการลดอัตราการยกเลิกของคุณ:

  • ทำให้ลิงก์ยกเลิกการสมัครสามารถมองเห็นและเข้าถึงได้
  • ส่งแบบสำรวจถามว่าทำไมผู้ที่ยกเลิกการเป็นสมาชิกได้ตัดสินใจยกเลิก
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเพียงส่งอีเมลถึงผู้ที่ต้องการรับฟังจากคุณเท่านั้น

 

เพื่อให้รายการของคุณเติบโต:

  • ดึงดูดสมาชิกด้วยป๊อปอัพที่สะดุดตาหรือแบบฟอร์มสมัครใช้งาน
  • เพิ่มปุ่ม“ ส่งอีเมลให้เพื่อน”
  • รวมปุ่มแชร์โซเชียล

 

Email marketing อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าและผลักดันผลลัพธ์ แต่คุณต้องมีกลยุทธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยการติดตามตัวชี้วัดที่เหมาะสมและรู้ว่าอะไรคืออะไรหรือไม่ทำงานคุณสามารถปรับแต่งแต่ละแคมเปญเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อคุณกำหนดเป้าหมายแล้วให้ใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจาก KPI เพื่อเป็นแนวทางในแคมเปญอีเมลของคุณและประสบความสำเร็จ

จดหมายข่าวอีเมลปัจจุบันของคุณจะประสบความสำเร็จในปี 2019 หรือไม่

จากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของการโฆษณาออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ไม่มีใครตำหนิคุณถ้าคุณคิดว่าจดหมายข่าวล้าสมัยแล้ว แต่อย่าตกหลุมพรางนั้น แม้จะมีช่องทางต่าง ๆ ที่พร้อมใช้งานเพื่อสร้างธุรกิจ Email Marketing ยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มรายได้ และการละเลยจดหมายข่าวอีเมลเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับธุรกิจ

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะรับผิดชอบจดหมายข่าวของ บริษัท หรือคุณพยายามโน้มน้าวให้หัวหน้าของคุณ บทความนี้สามารถช่วยคุณได้ อ่านเพื่อเรียนรู้สิ่งที่จะทำจดหมายข่าวทางอีเมลที่ดีที่สุดในปี 2019

ส่งจดหมายข่าวทางอีเมลทำไม

หากคุณยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับจดหมายข่าวทางอีเมลเป็นส่วนหนึ่งของส่วนประสมทางการตลาดของคุณได้เวลาพิจารณาแล้ว

อีเมลรายเดือน รายสัปดาห์ รายปักษ์หรือแม้แต่รายวันเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยให้คุณดึงดูดผู้ชมได้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท หรือเคล็ดลับและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มการสนับสนุนแบรนด์ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ชมและผลักดันยอดขายให้มากขึ้น

ตามรายงานการใช้งานจดหมายข่าวทางอีเมลที่จัดทำโดย Nielsen Norman Group ผู้รับรู้สึกผูกพันทางอารมณ์กับจดหมายข่าว

จดหมายข่าวเป็นสิ่งที่ผู้อ่านของคุณคาดหวังได้และช่วยคุณพัฒนาความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับสมาชิกสิ่งนี้จะช่วยคุณสร้างความผูกพันที่เหนือกว่าเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว

วิธีจัดทำจดหมายข่าวอีเมลที่ประสบความสำเร็จที่สุดของคุณ

 

  • กำหนดกลยุทธ์สำหรับจดหมายข่าวของคุณ

 

ก่อนที่คุณจะเริ่มรวบรวมเนื้อหาของคุณพิจารณาสิ่งที่คุณต้องการจะบรรลุผ่านจดหมายข่าวนี้ วิธีนี้จะช่วยคุณปรับแต่งทุกด้านของอีเมลเพื่อให้มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายสุดท้ายของคุณ

ตัวอย่างเป้าหมายของคุณ

  • เพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์เของคุณ
  • รับลูกค้าเพื่อลงทะเบียนสำหรับกิจกรรมใหม่
  • เพิ่มอัตราการคลิกผ่านหรือเปิดอีเมลของคุณ
  • เพิ่มจำนวนการดาวน์โหลด
  • ให้ลูกค้าโต้ตอบกับคุณในช่องทางโซเชียลมีเดีย

จากนั้นคุณอาจตัดสินใจว่าจดหมายข่าวฉบับเดียวเป็นวิธีที่ทำให้คุณมีโอกาสในการแสดงผลิตภัณฑ์ล่าสุดของคุณ หรือหากคุณมีข้อมูลจำนวนมากที่จะแบ่งปันกับผู้รับอีเมลของคุณหรือหากคุณมีข้อมูลจำนวนมากที่จะแบ่งปันกับผู้รับอีเมลของคุณคุณอาจรู้สึกว่าการสมัครรับข้อมูลจดหมายข่าวเหมาะอย่างยิ่ง วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถส่งเนื้อหาที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้าที่สนใจจะติดตามคุณอยู่เสมอ

 

 

เทมเพลตอีเมลที่สร้างไว้ล่วงหน้าและสามารถปรับแต่งได้นั้นเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้ซอฟต์แวร์ Email Marketing และต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการออกแบบเทมเพลตจดหมายข่าวของคุณในขณะที่ยังช่วยให้คุณสามารถเพิ่มการสัมผัสถึงแบรนด์ได้

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจดหมายข่าวของคุณเป็นมิตรกับมือถือ: พิจารณาขนาดหน้าจอที่แตกต่างกันเมื่อพัฒนาจดหมายข่าวของคุณโดยใช้หัวสัญลักษณ์หัวข้อ ข้อความประโยคสั้น ๆ และใช้ส่วนหัวเพื่อแยกข้อความออกจากข้อความจำนวนมาก
  • ใช้รูปภาพ: รูปภาพมีค่าและต้องเกี่ยวข้องกับข้อความซึ่งรูปภาพบางรูปอาจโหลดช้ามากหรืออาจไม่โหลดเลย ตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าข้อความของคุณชัดเจนในข้อความของคุณและภาพมีข้อความอธิบายในกรณีที่พวกเขาล้มเหลวในการโหลด
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทมเพลตของคุณได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการอีเมลส่วนใหญ่: Outlook มีชื่อเสียงในเรื่องของการแสดงผลดังนั้นควรตรวจสอบอีเมลของคุณสองครั้งหรือสามครั้ง คุณต้องแน่ใจว่าอีเมลจะแสดงอย่างถูกต้องในแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน
  • วางโลโก้ของคุณที่ด้านบนของอีเมลของคุณ: นี่จะสร้างความภักดีต่อแบรนด์และทำให้แน่ใจว่าผู้รับของคุณเชื่อมโยงจดหมายข่าวกับคุณและ บริษัท ของคุณ
  • พยายามทำให้สิ่งต่าง ๆ น้อยที่สุด จดหมายข่าวสามารถดูยุ่งเหยิงและวุ่นวายได้ง่าย แม้ว่ามันจะเหมาะสำหรับผู้รับที่จะอ่านจดหมายข่าวแต่ละคำ แต่อีเมลส่วนใหญ่จะถูกสแกน ท้ายที่สุดคุณต้องการให้ผู้อ่านดำเนินการ (เช่นการซื้อหรือการคลิกผ่าน) ดังนั้นอย่าลืมไปที่จุดนั้น

 

 

  • ผลิตเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจ

 

จากการศึกษาของ Nielsen Norman Group ที่กล่าวมาข้างต้น ผู้อ่านพบว่ารายการต่อไปนี้มีค่ามากที่สุดในจดหมายข่าว:ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท,รายการเกี่ยวกับงานอดิเรกและความสนใจส่วนบุคคล,รายการเกี่ยวกับกำหนดเวลา,วันที่, กิจกรรมและรายงานเกี่ยวกับการขายหรือราคา

ดังนั้นคุณสามารถเลือกที่จะรวมสิ่งต่อไปนี้ในจดหมายข่าวของคุณ:

  • โพสต์บล็อก
  • วิธีการเคล็ดลับและแบบฝึกหัด
  • อีเว้นท์
  • ข่าวอุตสาหกรรม
  • ทรัพยากร
  • การแข่งขัน
  • รูปภาพ/วิดีโอ
  • รีวิว
  • ข่าวบริษัท
  • ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ
  • ใบรับรอง
  • การสัมมนาผ่านเว็บ
  • ตำรับอาหาร
  • รูปถ่ายของลูกค้า

อย่างไรก็ตามหลังจากไม่กี่เดือนแม้กระทั่งข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดก็กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย นี่คือเหตุผลที่คุณต้องทำให้สิ่งต่าง ๆ เป็นแบบไดนามิกและไม่ซ้ำกัน

 

  • สร้างสรรค์ด้วยหัวเรื่องของคุณ

 

แม้จะมีอีเมลที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและมีความเชี่ยวชาญที่สุดคุณยังต้องการให้ผู้อ่านเปิดอ่าน นั่นเป็นเหตุผลที่คุณต้องมีหัวเรื่องที่ดึงดูดความสนใจและให้ข้อมูลอย่างละเอียด

คำถาม คำตอบ คำเดียว ประโยค และการปรับให้เป็นแบบส่วนตัวนั้นเป็นแนวทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับหัวเรื่องของคุณ คุณอาจพบว่าความสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในจดหมายข่าวของคุณ ดังนั้นลูกค้าสามารถแยกความแตกต่างเหล่านี้จากอีเมลปกติของคุณได้ แต่ระวังว่าสิ่งเหล่านี้ไม่น่าเบื่อและคาดเดาได้

วิธีหนึ่งในการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าหัวเรื่องของคุณมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรหรือไม่คือใช้การทดสอบ A / B วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถใช้สองหัวเรื่องเพื่อดูว่าแบบไหนดีที่สุด

ตามกฎทั่วไปคุณจะต้องรักษาหัวเรื่องของคุณให้มีความยาวไม่เกิน 50 อักขระคุณควรพยายามทำให้มีส่วนร่วมเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากระดับการมีส่วนร่วมเป็นตัวบ่งชี้สแปมที่สำคัญ

 

  • มีความสมดุลระหว่างข้อมูลกับโปรโมชั่น

 

แม้ว่าเป้าหมายของอีเมลของคุณอาจเป็นการเพิ่มการแปลง แต่สิ่งนี้ไม่ควรมุ่งเน้นในอีเมล จดหมายข่าวอยู่ที่นั่นเพื่อแจ้งและให้ความรู้ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเขาไม่รู้สึกว่า “ขายดี”

อาจจะเริ่มต้นด้วยการทดสอบ A / B บางอย่าง แต่ถ้าคุณตั้งเป้าหมายสำหรับข้อมูลชิ้นส่วน 9 ชิ้นต่อการส่งเสริม 1 ส่วน คุณควรสร้างสมดุลที่เหมาะสมสำหรับจดหมายข่าวของคุณ

ท้ายที่สุดถ้าคุณไม่มีการประกาศผลิตภัณฑ์หรือบริการที่น่าตื่นเต้นพยายามหลีกเลี่ยงการโปรโมท และเมื่อคุณพูดถึงโปรโมชั่นของคุณพยายามทำในวิธีที่เข้าถึงได้

 

  • เลือกคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม

 

คุณอาจมีคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) หลายแห่งในอีเมลของคุณ แต่เลือกสิ่งที่จะโดดเด่นและเป็นจุดสนใจหลักของคุณ

CTA อาจเป็นการเข้าร่วมกับคุณในโซเชียลมีเดียแชร์กับเพื่อนหรืออ่านโพสต์หรือบล็อกเพิ่มเติม

 

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีเมลของคุณเป็นไปตามกฎหมาย

 

เมื่อสร้างอีเมลสิ่งสำคัญคือคุณต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่จำเป็นทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับกฎหมาย GDPR ในยุโรป เพื่อให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับทั้งหมคุณควรตรวจสอบและทำความเข้าใจกฎหมายและข้อบังคับของอีเมล

 

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้อ่านสามารถยกเลิกการสมัครได้อย่างง่ายดาย

 

แม้จะต้องการให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับคุณ แต่คุณต้องแน่ใจว่าพวกเขาสามารถยกเลิกการสมัครรับจดหมายข่าว ปุ่ม “ยกเลิกการสมัคร” ที่ใช้งานง่ายทำให้ผู้ใช้มีโอกาสน้อยที่จะทำเครื่องหมายอีเมลของคุณว่าเป็นสแปม นอกจากนี้คุณต้องถูกต้องตามกฎหมายเพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้ยกเลิกการสมัคร

ในทางกลับกันสิ่งนี้จะช่วยปกป้องชื่อเสียงของผู้ส่งและจะทำให้อัตราการคลิกผ่านและอัตราการเปิดของคุณสูงขึ้น

 

  • รวมสื่อสังคมออนไลน์

 

ตามที่เราเห็นจดหมายข่าวเหมาะสำหรับการให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับคุณในหลาย ๆ ด้าน ดังนั้นให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถสนทนาต่อได้โดยง่ายโดยการเพิ่มไอคอนโซเชียลมีเดียในอีเมลของคุณ คุณสามารถเลือกที่จะเพิ่มสิ่งเหล่านี้ลงในด้านบนด้านข้างหรือด้านล่างของจดหมายข่าวของคุณ คุณอาจต้องการสร้างจดหมายข่าวฉบับหนึ่งเกี่ยวกับช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณเพื่อให้ผู้อ่านสามารถดูว่าพวกเขาต้องติดตามคุณที่ไหนเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่พวกเขากำลังมองหา

 

  • วัดประเมินผลความสำเร็จของคุณ

 

อีเมลทั้งหมดอาจถูกทดลองใช้และมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยและสิ่งใดที่ใช้ได้ผลกับ บริษัท หนึ่งอาจไม่ได้ผลสำหรับอีก บริษัทหนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลที่คุณจำเป็นต้องวัดความสำเร็จของอีเมลของคุณเพื่อให้คุณรู้ว่าอะไรทำงานและไม่ทำงาน วิธีนี้จะช่วยให้คุณปรับแต่งอีเมลของคุณปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ชมที่ไม่ซ้ำ ตัวชี้วัดที่สำคัญ ได้แก่ :

  • อัตราการเปิด: หัวเรื่องอะไรที่ได้รับการเปิดและอ่านอีเมลของคุณ
  • อัตราการคลิกผ่าน: CTA ใดในอีเมลของคุณที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
  • อัตราการยกเลิกการเป็นสมาชิก: เนื้อหาใดที่ทำให้ผู้รับของคุณยกเลิกการเป็นสมาชิก
  • แชร์: ผู้อ่านของคุณแบ่งปันเนื้อหาอะไรกับเพื่อนและครอบครัวของพวกเขา

Social Sign Ups: ข้อมูลอะไรที่ทำให้ผู้คนเข้าร่วมคุณในโซเชียลมีเดีย

ในขณะที่การประดิษฐ์จดหมายข่าวทางอีเมลที่ไม่เหมือนใครอาจดูน่ากลัว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น คุณสามารถสร้างบางสิ่งที่โดดเด่นจากฝูงชน คุณสามารถสร้างการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของคุณอย่างต่อเนื่อง สร้างความไว้วางใจกับผู้ชมของคุณในทางกลับกันสิ่งนี้จะผลักดันแคมเปญการตลาดอีเมลของคุณเพิ่มรายได้ของคุณ

การทำการตลาดผ่าน SMS

ข้อดีของการทำการตลาดผ่านทาง SMS

ข้อดีของการทำการตลาดผ่านทาง SMS
บริการส่ง SMS (SMS Marketing) คือ การทำการตลาดอีกรูปแบบหนึ่ง โดยการเสนอสินค้าและบริการผ่านระบบมือถือ ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย สะดวก รวดเร็ว ด้วยข้อความสั้นๆ ไม่เกิน 160 ตัวอักษร

ข้อดีของ SMS Marketing

1.ส่งได้ตลอด ไม่จำกัดจำนวน (แต่จำกัดจำนวนตัวอักษรในแต่ละครั้งที่ส่งไม่ให้เกิน 160ตัวอักษร) บริษัทสามารถส่ง SMS ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้หลายข้อความ

2. เป็นสื่อที่ถึงมือผู้รับแน่นอนกว่า 90% เนื่องจากสื่อที่รับสารนั้นเป็นโทรศัพท์ที่อยู่ติดตัวกับผู้รับตลอดเวลา ดังนั้นอัตราในการได้รับค่อนข้างสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับสื่ออื่นๆ

3.เป็นสื่อที่สามารถเรียกกลับมาดูได้หลายครั้ง ผู้รับ สามารถเรียกข้อความนั้นกลับมาดูรายละเอียดที่สนใจ หรือรายการที่สำคัญๆ ได้อีกครั้ง

4. SMS เป็นสื่อที่มีการโต้ตอบอย่างทันที ได้มากกว่าสื่อประเภทอื่นๆ เป็นสื่อที่สามารถส่งข้อมูลป้อนกลับหรือติดต่อกลับได้โดยทันที ผู้รับสามารถร่วมสนุกกับบริษัทที่ส่งเนื้อหา ได้โดยทันทีและหากมีหมายเลขโทรศัพท์ ผู้รับสามารถโทรศัพท์ไปสอบถามได้ทันที

ข้อมูลอีก 5 ข้อเพิ่มเติม ดูได้ที่นี่ >> https://goo.gl/PGnfV2